July 22, 2026

จำนำทะเบียนรถโอนเล่มกับไม่โอนเล่ม แบบไหนดีกว่ากัน?

เมื่อมีค่าใช้จ่ายจำเป็นหรือกำลังมองหาเงินทุนหมุนเวียน รถยนต์ที่ปลอดภาระสามารถช่วยเพิ่มทางเลือกทางการเงินได้ โดยเจ้าของรถยังสามารถมีรถไว้ใช้ในชีวิตประจำวันหรือประกอบอาชีพได้ตามปกติ

สินเชื่อทะเบียนรถที่พบในตลาดมีทั้งรูปแบบ “โอนกรรมสิทธิ์” และ “ไม่โอนเล่มทะเบียน” ซึ่งมีขั้นตอน ประเภทสัญญา ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขแตกต่างกัน ก่อนตัดสินใจจึงควรทำความเข้าใจแต่ละรูปแบบให้ชัดเจน เพื่อเลือกทางเลือกที่เหมาะกับความจำเป็นและความสามารถในการชำระของตนเอง

สินเชื่อทะเบียนรถคืออะไร?

สินเชื่อทะเบียนรถ หรือที่หลายคนเรียกว่า “จำนำทะเบียนรถ” หรือ “รถแลกเงิน” คือการนำรถยนต์มาใช้ประกอบการขอสินเชื่อ โดยผู้ขอสินเชื่อยังสามารถนำรถไปใช้งานได้ตามปกติ ทั้งนี้ รูปแบบของสัญญาและกรรมสิทธิ์ในรถจะขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ของผู้ให้บริการแต่ละราย

โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่

1. สินเชื่อแบบโอนกรรมสิทธิ์รถ

2. สินเชื่อทะเบียนรถแบบไม่โอนเล่ม

สินเชื่อแบบโอนกรรมสิทธิ์รถคืออะไร?

สินเชื่อรูปแบบนี้มักมีการดำเนินการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์หรือสถานะทางทะเบียนรถตามประเภทของสัญญา ผู้ขอสินเชื่อจึงอาจต้องดำเนินการที่กรมการขนส่งทางบก และอาจมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าธรรมเนียมการโอน ค่าตรวจสภาพรถ หรือค่าใช้จ่ายอื่นตามที่กำหนด

เมื่อชำระครบถ้วนตามสัญญาแล้ว จะมีขั้นตอนดำเนินการเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์หรือทะเบียนรถให้กลับมาเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา

เหมาะกับใคร?

รูปแบบนี้อาจเหมาะกับผู้ที่

• ยอมรับขั้นตอนด้านทะเบียนและเงื่อนไขของสัญญาได้

• ต้องการเปรียบเทียบวงเงินและระยะเวลาผ่อนจากหลายทางเลือก

• มีแผนการใช้เงินและการชำระคืนที่ชัดเจน

• เข้าใจค่าใช้จ่ายและผลทางกฎหมายของสัญญาก่อนตัดสินใจ

อย่างไรก็ตาม วงเงิน อัตราดอกเบี้ยหรืออัตรากำไร ระยะเวลาผ่อน และโอกาสได้รับอนุมัติ ขึ้นอยู่กับมูลค่ารถ คุณสมบัติของผู้สมัคร และหลักเกณฑ์ของผู้ให้บริการแต่ละราย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการโอนกรรมสิทธิ์เพียงอย่างเดียว

สินเชื่อทะเบียนรถแบบไม่โอนเล่มคืออะไร?

สินเชื่อทะเบียนรถแบบไม่โอนเล่ม คือทางเลือกที่ผู้สมัครไม่ต้องดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์รถให้แก่ผู้ให้บริการ โดยชื่อเจ้าของรถในเล่มทะเบียนยังคงเดิม และสามารถใช้รถได้ตามปกติ

ผู้สมัครต้องจัดทำสัญญาและส่งเอกสารตามที่บริษัทกำหนด ส่วนการเก็บรักษาเล่มทะเบียนฉบับจริงหรือเอกสารอื่นจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ เมื่อชำระครบตามสัญญา บริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้

เหมาะกับใคร?

รูปแบบไม่โอนเล่มอาจเหมาะกับผู้ที่

• ต้องการรักษาชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในเล่มทะเบียนไว้

• ไม่ต้องการดำเนินขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์รถ

• ต้องใช้รถประกอบอาชีพหรือเดินทางเป็นประจำ

• ต้องการลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายบางรายการที่เกี่ยวข้องกับการโอน

• ต้องการเงินก้อนสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นหรือเป็นทุนหมุนเวียน

ทั้งนี้ ความรวดเร็ว วงเงิน และเอกสารที่ใช้จะแตกต่างกันตามคุณสมบัติผู้สมัคร สภาพรถ ราคาประเมิน และเกณฑ์พิจารณาของแต่ละบริษัท

เปรียบเทียบโอนเล่มกับไม่โอนเล่ม

หัวข้อเปรียบเทียบ

แบบโอนกรรมสิทธิ์

แบบไม่โอนเล่ม

ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในทะเบียน
มีการเปลี่ยนแปลงตามประเภทสัญญา
ชื่อเจ้าของรถยังคงเดิม
การใช้รถ
โดยทั่วไปยังสามารถใช้รถได้ตามเงื่อนไข
ยังสามารถใช้รถได้ตามปกติ
ขั้นตอนด้านทะเบียน
อาจต้องดำเนินการที่กรมการขนส่งฯ
ไม่มีขั้นตอนโอนกรรมสิทธิ์
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการโอน
อาจมีค่าใช้จ่ายตามรายการที่กำหนด
ไม่มีค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์
วงเงินและระยะเวลาผ่อน
ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและผลพิจารณา
ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและผลพิจารณา
อัตราดอกเบี้ยหรืออัตรากำไร
ต้องตรวจสอบจากเอกสารผลิตภัณฑ์
ต้องตรวจสอบจากเอกสารผลิตภัณฑ์
สิ่งที่ควรพิจารณา
ผลของสัญญาต่อกรรมสิทธิ์และค่าใช้จ่าย
เงื่อนไขหลักประกันและการเก็บเอกสาร

ก่อนสมัครสินเชื่อทะเบียนรถ ควรตรวจสอบอะไรบ้าง?

ไม่ว่าจะเลือกแบบโอนหรือไม่โอนเล่มควรพิจารณาอย่างน้อย 5 เรื่องต่อไปนี้

1. จำนวนเงินที่จำเป็นต้องใช้

ควรขอวงเงินเท่าที่จำเป็นเพื่อไม่ให้ภาระผ่อนต่อเดือนสูงเกินความสามารถในการชำระ

2. ยอดชำระรวมตลอดสัญญา

อย่าพิจารณาเฉพาะยอดผ่อนรายเดือนควรตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยหรืออัตรากำไร ค่าธรรมเนียม ภาษีและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ระบุในเอกสารเปิดเผยข้อมูลผลิตภัณฑ์และสัญญา

3. ผลทางกฎหมายของสัญญา

ตรวจสอบให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ใครเป็นผู้ครอบครองรถ และบริษัทมีสิทธิหรือดำเนินการอย่างไรหากเกิดการผิดนัดชำระ

4. ความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ

ควรเลือกผู้ให้บริการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องมีที่อยู่และช่องทางติดต่อชัดเจน เปิดเผยเงื่อนไขและออกเอกสารสัญญาให้ตรวจสอบก่อนลงนาม

5. ความสามารถในการชำระ

ควรประเมินรายรับรายจ่าย และภาระหนี้ทั้งหมดอย่างรอบคอบรวมถึงเตรียมเงินสำรองสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระ

แล้วแบบไหนดีกว่ากัน?

ไม่มีคำตอบเดียวที่เหมาะกับทุกคนเพราะการเลือกสินเชื่อต้องพิจารณาทั้งจำนวนเงินที่ต้องการ ภาระผ่อน ค่าใช้จ่ายรวมประเภทสัญญา และความสบายใจเรื่องกรรมสิทธิ์ในรถ

หากไม่ต้องการเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์และต้องการใช้รถต่อไปตามปกติสินเชื่อทะเบียนรถแบบไม่โอนเล่มอาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่าแต่ควรเปรียบเทียบยอดชำระรวมและอ่านสัญญาอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ AMANAHไม่โอนเล่ม รถยังมีไว้ใช้

AMANAH ให้บริการสินเชื่อทะเบียนรถยนต์แบบไม่โอนเล่มช่วยให้เจ้าของรถเข้าถึงเงินก้อนโดยยังสามารถใช้รถในชีวิตประจำวันหรือประกอบอาชีพได้ตามปกติ

ข้อมูลผลิตภัณฑ์บนเว็บไซต์ของบริษัทระบุเงื่อนไขเบื้องต้นได้แก่ รถยนต์อายุได้สูงสุด 17 ปี ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 84 งวด และอัตรากำไรไม่เกิน 24%ต่อปี ทั้งนี้ วงเงิน คุณสมบัติ เอกสารและผลอนุมัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัท ดูรายละเอียดสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ AMANAH

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ AMANAH Call Center โทร.02-091-6456 หรือเลือกช่องทางติดต่อผ่าน เว็บไซต์ AMANAH

ใช้วงเงินเท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหวโปรดศึกษารายละเอียด อัตรากำไร ค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขในสัญญาก่อนตัดสินใจสมัครสินเชื่อเงื่อนไขและการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด