จำนำทะเบียนรถโอนเล่มกับไม่โอนเล่ม แบบไหนดีกว่ากัน?

August 26, 2026

รถลุยน้ำท่วมมา ต้องเช็กอะไรบ้าง? พร้อมขั้นตอนเตรียมเอกสารเคลมประกัน

Checklist การตรวจเช็กสภาพรถยนต์หลังลุยน้ำ

การตรวจเช็กภายนอกและใต้ท้องรถ

  • แผ่นทะเบียน: ตรวจสอบว่าแผ่นทะเบียนหน้า-หลัง ยังอยู่ครบไม่หลุดหายไปกับแรงคลื่นน้ำ
  • กระจังหน้าและหม้อน้ำ: ดึงเศษขยะ ถุงพลาสติก หรือใบไม้ที่ติดค้างอยู่ออกป้องกันปัญหาความร้อนขึ้น (Overheat)
  • ใต้ท้องรถ และระบบช่วงล่าง: เช็กยางกันฝุ่น เพลาขับ ยางเต้าหู้และล้อรถว่ามีเศษขยะพันอยู่หรือไม่
  • ระบบไฟส่องสว่าง: ตรวจดูว่ามีไอน้ำเกาะหรือน้ำซึมเข้าไปในโคมไฟหน้า-ไฟท้ายหรือไม่

การตรวจเช็กภายในและระบบเครื่องยนต์

  • ระดับน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์: ดึงก้านวัดดูสีน้ำมัน หากพบสีขาวขุ่นเหมือน "นมเย็น"แสดงว่าน้ำซึมเข้าสู่ระบบ ห้ามใช้งานรถเด็ดขาด
  • กรองอากาศ: เปิดดูไส้กรองอากาศ หากเปียกชื้น หรือมีคราบน้ำให้เปลี่ยนใหม่ทันที
  • พรมปูพื้นและห้องโดยสาร: ยกพรมยางออกแล้วใช้นิ้วกดพรมผ้าด้านล่างว่ามีความชื้นหรือ น้ำขังหรือไม่
  • ระบบไฟฟ้าและหน้าปัด: เปิดสวิตช์ไฟ ON (ยังไม่ต้องสตาร์ท) เช็กว่ามีไฟเตือน Check Engine, ABS หรือ Airbag ค้างหรือไม่

เอกสารและขั้นตอนการเตรียมเคลมประกันภัย

1. เอกสารที่ต้องเตรียม

  • สำเนาตารางกรมธรรม์ประกันภัย
  • สำเนาใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์(สมุดเล่มทะเบียน)
  • สำเนาบัตรประชาชนผู้เอาประกันภัย/ ผู้ขับขี่
  • สำเนาใบขับขี่ของผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ
  • รูปถ่ายหลักฐาน: ถ่ายรูปสภาพรถ ระดับน้ำขณะท่วม (ถ้ามี) รูปจุดเกิดเหตุและความเสียหายภายใน-ภายนอกรถให้ชัดเจน

2. ขั้นตอนการดำเนินการเคลม

  1. แจ้งเหตุทันที: โทรแจ้งสายด่วนบริษัทประกันภัย เพื่อบันทึกวัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุ
  2. ไม่ย้ายหรือสตาร์ทรถ: หากเครื่องดับในน้ำให้รอเจ้าหน้าที่ประกันหรือรถยกสไลด์จากบริษัทประกันมาดำเนินการยกไปศูนย์บริการ/อู่สัญญา
  3. ออกใบเคลม (ใบรับรองความเสียหาย): เจ้าหน้าที่สำรวจภัยจะออกใบเคลมให้ เพื่อนำรถเข้าซ่อม
  4. อนุมัติการซ่อม: อู่/ศูนย์บริการจะประเมินรายการความเสียหาย (เช่น ซักพรม, เปลี่ยนกล่อง ECU, เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง)ส่งให้ประกันอนุมัติก่อนเริ่มซ่อม

แม้ประกันภัยชั้น1 หรือกรมธรรม์ที่คุ้มครองภัยธรรมชาติจะCoverage น้ำท่วม แต่บริษัทประกันอาจปฏิเสธการจ่ายค่าชดเชย หรือจ่ายเพียงบางส่วนหากเข้าเงื่อนไขข้อยกเว้นหลักๆ ดังนี้ครับ

1. พฤติกรรมที่ถือว่า"เจตนาเสี่ยง" หรือ "จงใจ" ทำให้เกิดความเสียหาย

  • ฝืนขับลุยน้ำท่วมขังสูงที่เห็นเด่นชัด: หากมีป้ายเตือนน้ำท่วมสูง การจราจรปิด หรือเห็น ชัดเจนว่าระดับน้ำสูงเกินไปแต่ยังตัดสินใจขับลุยเข้าไปประกันอาจถือว่าเป็นการกระทำด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
  • สตาร์ทรถซ้ำหลังเครื่องดับกลางน้ำ: หากเครื่องยนต์ดับเพราะน้ำเข้าแล้วผู้ขับขี่พยายามสตาร์ทเครื่องยนต์ใหม่จนน้ำถูกดูดเข้าห้องเผาไหม้ทำให้ก้านสูบหัก (Hydrolock) ประกันจะจ่ายเฉพาะค่าซักพรม/ทำความสะอาดแต่ ปฏิเสธค่าซ่อมเครื่องยนต์เพราะถือเป็นการทำให้ความเสียหายขยายตัวเพิ่มขึ้น

2. ข้อยกเว้นตามประเภทกรมธรรม์และเงื่อนไขสัญญา

  • ประเภทประกันไม่คุ้มครอง: ประกันชั้น 2 หรือ ชั้น 3 แบบธรรมดา (ที่ไม่ใช่ 2+ หรือ 3+ ชนิดระบุความคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่มเติม) จะไม่ได้รับความคุ้มครองเลยทุกกรณี
  • ใบขับขี่หมดอายุ /ถูกเพิกถอน: หากผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุไม่มีใบขับขี่หรือถูกสั่งเพิกถอนตามกฎหมาย
  • เมาแล้วขับ: ผลตรวจแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (เกิน 50mg% หรือ 20mg% สำหรับผู้มีใบขับขี่ชั่วคราว/อายุไม่ถึง 20 ปี)

3. การจอดรถในพื้นที่เสี่ยงโดยไม่ระมัดระวัง

  • ละเลยคำเตือนอพยพ:หากมีการประกาศแจ้งเตือนภัยพิบัติอย่างเป็นทางการให้ย้ายรถออกจากพื้นที่แต่นำรถไปจอดทิ้งไว้ในจุดเสี่ยงโดยไม่มีเหตุอันควร
  • จอดรถในพื้นที่ห้ามจอดหรือทางน้ำผ่าน: จอดรถขวางทางระบายน้ำ หรือพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการถูกน้ำกัดเซาะ

4. การขาดหลักฐานและการแจ้งเคลมล่าช้า

  • ไม่มีหลักฐานยืนยันเหตุการณ์: ไม่มีรูปถ่ายขณะเกิดเหตุ จุดที่น้ำท่วม หรือไม่สามารถระบุวันเวลา และสถานที่เกิดเหตุได้อย่างชัดเจน
  • ปล่อยทิ้งไว้นานจนความเสียหายลุกลาม: หลังเกิดเหตุไม่ยอมแจ้งประกันเป็นเวลานาน    ปล่อยให้น้ำขังในห้องโดยสาร จนเกิดเชื้อราสะสมหรือระบบไฟเสียหายหนักกว่าที่ควรจะเป็น

สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ AMANAH ไม่โอนเล่ม รถยังมีไว้ใช้

AMANAH ให้บริการสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ แบบไม่โอนเล่มช่วยให้เจ้าของรถเข้าถึงเงินก้อนโดยยังสามารถใช้รถในชีวิตประจำวันหรือประกอบอาชีพได้ตามปกติ

ข้อมูลผลิตภัณฑ์บนเว็บไซต์ของบริษัทระบุเงื่อนไขเบื้องต้นได้แก่ รถยนต์อายุได้สูงสุด 17 ปีระยะเวลาผ่อนสูงสุด 84งวด และอัตรากำไรไม่เกิน 24% ต่อปี ทั้งนี้วงเงิน คุณสมบัติเอกสารและผลอนุมัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัท ดูรายละเอียดสินเชื่อทะเบียนรถยนต์AMANAH

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อAMANAH Call Center โทร. 02-091-6456 หรือ เลือกช่องทางติดต่อผ่าน เว็บไซต์ AMANAH

ใช้วงเงินเท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหวโปรดศึกษารายละเอียดอัตรากำไรค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขในสัญญาก่อนตัดสินใจสมัครสินเชื่อเงื่อนไขและการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

บริษัทฯ ให้บริการประกันภัยทุกประเภทได้แก่

  • ประกันชั้น1
  • ประกันชั้น2 /ประกันชั้น 2+
  • ประกันชั้น3 /ประกันชั้น 3+  
  • ประกันภัย(พ.ร.บ.)

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า

  • เบี้ยประกันราคาพิเศษสำหรับลูกค้า AMANAH
  • ผ่อนชำระพร้อมค่างวดสินเชื่อได้เลย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนงานประกันภัย ฝ่ายพิธีการสินเชื่อ โทร. 02-091-6456 : 4206, 4207

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการดูแลรถและการขับรถในช่วงหน้าฝนและน้ำท่วม

 

Q: ขับรถลุยน้ำท่วมแล้วมีเสียงดังเอียดๆ เกิดจากอะไร?

A: ส่วนใหญ่เกิดจาก สายพานหน้าเครื่องเปียกน้ำทำให้เกิดการลื่นไถลและส่งเสียงดัง ซึ่งมักจะหายไปเองเมื่อสายพานแห้งแต่หากแห้งแล้วยังมีเสียงดังต่อเนื่อง อาจเกิดจากลูกรอกสายพานเริ่มเสื่อมสภาพหรือสายพานหย่อน ควรให้ช่างตรวจเช็ก

 

Q: ลุยน้ำท่วมสูงแค่ไหน ถึงจะถือว่าอันตรายต่อเครื่องยนต์?

A: ระดับปลอดภัยสูงสุดของรถเก๋งทั่วไปคือ ไม่เกิน 20เซนติเมตร (ครึ่งล้อ) หากระดับน้ำสูงถึงขอบประตูหรือถึงระดับช่องกรองอากาศ (ท่อไอดี) น้ำจะถูกดูดเข้าห้องเผาไหม้และทำให้เครื่องยนต์พังทันที

 

Q: ประกันภัยรถยนต์คุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมไหม?

A: คุ้มครองเฉพาะ ประกันภัยชั้น 1(และชั้น 2+ หรือ 3+ บางประเภทที่มีความคุ้มครองภัยธรรมชาติ) โดยแบ่งเป็น :

·        ภัยธรรมชาติ (Actof God): จอดรถไว้แล้วน้ำท่วม หรือจำเป็นต้องขับผ่านจุดท่วมขังประกันคุ้มครองตามจริง

·        ข้อยกเว้น: หากเกิดเครื่องดับกลางน้ำท่วมแล้ว พยายามสตาร์ทรถซ้ำจนเครื่องยนต์พังประกันอาจปฏิเสธความคุ้มครองในส่วนเครื่องยนต์เพราะถือเป็นการเจตนาทำให้เสียหายเพิ่ม

 

Q: หลังขับรถลุยน้ำท่วมมาต้องล้างอัดฉีดใต้ท้องรถทันทีไหม?

A: ควรล้างทำความสะอาดทันทีเมื่อสะดวกเพื่อล้างเศษโคลน ขยะ คราบเกลือ หรือสารเคมีที่ติดใต้ท้องรถ ป้องกันการ เกิดสนิมและป้องกันเศษขยะไปพันตามลูกหมากหรือยางกันฝุ่น

 

Q: ถ้าพรมในรถเปียกน้ำท่วมขังต้องทำอย่างไร เพื่อไม่ให้มีกลิ่นอับหรือเชื้อรา?

A: ให้รีบถอดพรมและพรมปูพื้นออกมาซักตากแดดให้แห้งสนิททำความสะอาดพื้นตัวถังรถด้านในและ เปิดประตูผึ่งลมหรือใช้เครื่องดูดความชื้นหากปล่อยทิ้งไว้เกิน 24-48 ชั่วโมงเชื้อราจะเริ่มโตและส่งกลิ่นอับถาวร